การตลาดเชิงประสบการณ์ผ่าน Facebook Page – ตอนที่ 7 การกำหนด Brand Positioning : 2

โดย ดร. ภิเษก ชัยนิรันดร์ www.facebook.com/Iampisek
เจ้าของผลงานหนังสือ “การตลาดแนวใหม่ผ่าน Social Media” 

จากตอนที่แล้วจะเห็นว่าการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดนั้น เพื่อใช้สร้างคุณค่าที่มอบให้ไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านทาง Touch Point ต่างๆ รวมไปถึง Facebook ด้วย ซึ่งแก้ปัญหาความซ้ำของรูปแบบการพูดจา เนื้อหา และกิจกรรมทางการตลาด ดังที่ได้กล่าวละเอียดถึงปัญหาในส่วนของบทนำไปแล้ว

ขอย้ำอีกครั้งว่า ตำแหน่งทางการตลาดนั้น เป็นสิ่งที่เราอยากให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายคิดถึงเราอย่างไร เป็นการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงกล่าวอ้างแค่คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ

เช่น สบู่อ้างแค่ว่าทำให้เนื้อตัวสะอาด ยาสีฟันอ้างแค่ว่าทำให้ฟันขาวไม่ผุ ร้านอาหารอ้างแค่ว่ามันอร่อย ครีมความงามอ้างแค่ว่าลบรอยเหี่ยวย่น เครื่องดื่มชูกำลังอ้างแค่ว่าทำให้สดชื่น หรือรถยนต์อ้างแค่ว่าสมรรถนะเป็นเลิศ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อการสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นภายในใจผู้บริโภค

Jim Joseph ได้ยกตัวอย่างการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างกันของครีมลบรอยเหี่ยวย่นแต่ละแบรนด์ไว้ในหนังสือ “The Experience Effect” ไว้น่าสนใจ กล่าวคือ Neutrogena เน้นเรื่องสุขภาพ Olay เน้นเรื่องความเป็นมืออาชีพ ขณะที่ L’Oreal เน้นในเรื่องวิทยาศาสตร์

จะเห็นว่าแบรนด์ทั้งสาม มีสรรพคุณของสินค้าเหมือนกัน คือ ลบรอยเหี่ยวย่น ซึ่งก็คงเป็นการยากที่เราจะสื่อออกไปว่าแบรนด์ของเราลดรอยเหี่ยวย่นได้ดีกว่าหรือมากกว่า แต่ทั้งสามกลับสร้างความแตกต่างโดยเน้นสื่อในเชิงอารมณ์ความรู้สึกทำให้แบรนด์ทั้งสามเกิดความแตกต่างกัน

เหมือนอย่างกรณีของผงปรุงรส “รสดี” ซึ่งแน่นอนว่าคุณสมบัติหลักของสินค้า คือ ความอร่อย แต่ผงปรุงรสแบรนด์อื่นก็เน้นความอร่อยเช่นเดียวกัน หาก “รสดี” ยังสื่อไปยังคุณค่าที่ซ้ำรอยเดิม ยอมไม่สร้างความแตกต่างขึ้นมาภายในใจของผู้บริโภค จึงหันมาเน้นเรื่องอารมณ์ คือ “ผู้ช่วยปรุง…ความสุขทุกมื้อ”

สมมติว่า “รสดี” จัดทำ Facebook Page เมื่อเรารู้ถึงตำแหน่งทางการตลาดแล้ว มันย่อมง่ายที่จะสร้างคุณค่าเพื่อส่งผ่านไปยังลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้รับรู้ถึง “ผู้ช่วยปรุง…ความสุขทุกมื้อ” ได้ ทั้งนี้เนื้อหาอาจจะเป็น

-ความรู้เกี่ยวกับการทำให้ครอบครัวมีความสุข

-วิธีการทำอาหาร และสูตรเด็ดเคล็ดลับต่างๆ

-เคล็ดลับเกี่ยวกับการดูและรักษาครัวและการทำความสะอาด

-แนะนำร้านอาหารอร่อยๆ

-ข้อมูลกิจกรรมต่างๆที่ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ครอบครัวสามารถร่วมทำได้

 ในส่วนกิจกรรมทางการตลาด อาจจะอยู่ในรูปแบบ ดังนี้

-ให้บอกเล่าสูตรอาหารเฉพาะของคุณผ่านทาง Wall พร้อมถ่ายรูปมาลงด้วย แล้วให้คลิ๊ก Like เพื่อโหวต

-ประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “ครอบครับแสนสุข” อาจจะเน้นว่าต้องถ่ายบนโต๊ะอาหาร เพื่อให้เชื่อมโยงกับตำแหน่งทางการตลาดที่เรากำหนด

-จัดทำเกมส์ทำอาหาร ที่มี “รสดี” เป็นองค์ประกอบหนึ่ง เป็นต้น

จะเห็นว่ามันง่ายในการสร้างเนื้อหาและกิจกรรมทางการตลาดบน Facebook Page กว่ามาก หากเรากำหนดตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์ขึ้นมาเสียก่อน สิ่งสำคัญคือการตอกย้ำถึงคุณค่าอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กลุ่มเป้าหมายมีคาดหวังและเกิดเป็นบุคลิกภาพของแบรนด์ไป

อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าคุณสมบัติของสินค้าจะไม่สามารถกำหนดตำแหน่งทางการตลาดได้เสียเลยทีเดียว หากว่าคุณสมบัติของสินค้านั้นได้ถูกละเลยไม่ได้กล่าวถึงหรือถึงกล่าวถึงแต่ไม่เน้นมากนัก ก็เป็นโอกาสอันดีที่แบรนด์ใหม่จะเข้ามาเล่นในช่องว่างส่วนนี้โดยเชื่อมกับความรู้สึกด้านอารมณ์ เช่น หากคุณคิดถึงยาสีฟันที่ขจัดกลิ่นปาก ผมว่าคุณคงนึกถึง “เดนทิสเต้” ขึ้นมาอยู่บ้าง ขณะที่ยาสีฟันแบรนด์อื่นๆเน้นเรื่องการป้องกันฟันผุ การทำให้ฟันขาว และแม้ว่าจะมีพุดถึงลมหายใจหอมสดชื่น แต่ไม่เน้นหนัก (Focus) เหมือนกับที่ “เดนทิสเต้” ทำ เพราะตั้งแต่เริ่มต้น “เดนทิสเต้” ไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาดของตนเลย เน้นเรื่องกลิ่นปากมาโดยตลอด ถือเป็นความชาญฉลาดอย่างยิ่งท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่เชี่ยวกรากของสงครามยาสีฟัน แต่สามารถแทรกตัวเข้ามาได้อย่างน่าชื่นชม

แต่สิ่งที่ “เดนทิสเต้” ทำได้เช่นนั้น เพราะคุณสมบัติเรื่องกลิ่นปากถูกยาสีฟันแบรนด์อื่นๆนำไปเป็นจุดขายรองๆลงมา ขณะที่ “เดนทิสเต้” ชูเด่นเป็นจุดหลัก พร้อมกับภาพโฆษณาทีวีที่ตอกย้ำคุณสมบัตินี้ตลอดมา

หาก “เดนทิสเต้” ทำ Facebook Page กิจกรรมทางการตลาดที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ การให้เล่าถึงคนที่ปากเหม็นกับวีรกรรมที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร ใครเล่าได้ฮาหรือน่าสนใจที่สุด (จากการกด Like) คนนั้นก็ได้รางวัลไป หรือกิจกรรมกระซิบบอกเพื่อนๆว่าปากเหม็นนะ คุณจะบอกเพื่อนอย่างไรให้ดูดีที่สุด ไม่ใช่บอกกันตรงๆ เพราะดูจะเป็นเรื่องที่น่าอาย ใครมีข้อแนะนำที่ดูเข้าที ก็ได้รับรางวัล หรืออาจจะให้ส่งคลิปประกวด ให้มาเป็นคู่ แล้วให้เพื่อนคนหนึ่งอ้าปาก ให้อีกคนหนึ่งดม แล้วให้ทำท่าทางให้เชื่อว่าไอ้เพื่อนคนนั้นปากเหม็นมหาประลัย คลิปไหนที่มีคนชื่นชอบมากที่สุด ก็ชนะ

จะเห็นว่ากิจกรรมนั้นสนุกสนานและเข้ากับตำแหน่งทางการตลาดที่กำหนด นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรูปแบบกิจกรรมอื่นๆได้อีกหลากหลาย การกำหนดตำแหน่งทางการตลาดก็เหมือนการตั้งโจทย์ที่เราสามารถค้นหาคุณค่าของแบรนด์ได้ง่ายกว่าไม่มีสิ่งใดยึดเป็นหลักไว้เลย

 

            M&M’s แบรนด์ดังในเรื่องขนมหวานก็มีกิจกรรมทางการตลาดที่สอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดที่กำหนด ทั้งนี้ตำแหน่งทางการตลาดของ M&M’s คือ ความสนุกสนาน ความบันเทิง ซึ่งสะท้อนเห็นชัดจากตัวสินค้าที่มีหลากหลายสี สดใส น่ากิน

          โจทย์คือ ความบันเทิง ความสนุกสนาน ผมสำรวจตรวจสอบใน Facebook Page ของ M&M’s ประเทศไทย พบว่าสามารถทำได้สอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดที่กำหนด แต่ผมก็มีข้อแนะนำเสริม ดังต่อไปนี้

          -รูป Profile – เป็นตัวการ์ตูนน่ารัก หลากสีสันตามสินค้า เป็นการสร้างบุคลาธิษฐาน (การสมมติให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตเป็นเสมือนมีชีวิต) ทำให้เกิดความสนิทสนมระหว่าง Fan กับ Brand อย่างไรก็ตาม อยากแนะนำให้ใช้ตัวการ์ตูนเพียงตัวเดียว ทำหน้าที่เหมือนเป็นคนดำเนินเรื่องใน Page โดยให้มีชื่อเรียก เพื่อยิ่งสร้างความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

          -เนื้อหาใน Wall – ส่วนใหญ่เนื้อหาเป็นการแนะนำหนังและเพลง ซึ่งถือเป็นเนื้อหาพื้นฐานที่มักจะเห็นใน Facebook Page อื่นๆ แต่เมื่อพิจารณากับตำแหน่งทางการตลาด ก็ไม่ได้เลวร้าย อย่างไรก็ตาม ควรจะเน้นไปที่หนังหรือเพลงที่เน้นความสนุกสนาน ร่าเริงตามบุคลิกของแบรนด์ ไม่ใช่แนะนำไปเรื่อย แต่ที่ผมชอบคือเนื้อหาส่วนที่เป็นเมนูอาหารที่นำ M&M’s ไปเป็นส่วนประกอบที่ค่อนข้างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ควรมีกิจกรรมทางการตลาดประเภท Outdoor เช่น พา Fan ที่คัดเลือกไปเที่ยวเกาะ ภูเขา หรือสวนสนุก หรืออาจจะอยู่ในรูปการจัดปาร์ตี้ แล้วนำมาใส่ลงใน Wall เพื่อบอกถึงความสนุกสนานได้อีกส่วนหนึ่ง

          -กิจกรรมทางการตลาด – ทาง M&M’s ได้มีการจัดกิจกรรมในชื่อ “Fun Photo Contest” โดยให้บรรดา Fan ส่งภาพถ่ายที่แสดงถึงความสนุกกับช็อกโกแลต M&M’s แล้วให้เพิ่อนๆมาทำการโหวตบน Facebook แม้ว่ากิจกรรมดังกล่าวมีอยู่ดาษดื่น แต่การเชื่อมกับความสนุกซึ่งตรงกับตำแหน่งทางการตลาด แต่ข้อที่คิดว่าด้อยคือ รางวัลเป็นตั๋วหนัง ซึ่งไม่ดึงดูด ทำให้คนร่วมกิจกรรมมีน้อย อีกส่วนที่ผมคิดว่าต้องเสริม คือ การจัดให้มี Game ที่เล่นบน Facebook โดยอาจจะให้ตัวการ์ตูน M&M’s ดำเนินเรื่อง เป็นการเปิดให้ทาง Fan มีประสบการณ์ไปกับแบรนด์จากการมีส่วนร่วม (Engagement)

          -Pictures และ Video – ยังไม่มีอะไรมากนัก ทั้งๆที่ทั้งสองส่วนสามารถสร้างความสนุกสนานให้เกิดขึ้นได้ง่าย อาจจะจัดประกวดให้คนมาเต้น แล้วโหวต เน้นความฮาและมันส์เป็นหลัก

          -อื่นๆ ก็ไม่มีการใช้อะไรมากนัก คิดว่า Fan Page ของ M&M’s ทำขึ้นมาไม่นาน

About pisek

ประวัติ ดร. ภิเษก ชัยนิรันดร์ ชื่อ ดร. ภิเษก ชัยนิรันดร์ อายุ 39 ปี วุฒิการศึกษา ปริญญาเอก บริหารธุรกิจ (D.B.A) จาก THE JOINT DOCTORAL PROGRAM IN BUSINESS ADMINISTRATION (JDBA) ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ (M.B.A) จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือด้าน E-marketing -บันทึกความสำเร็จธุรกิจดอทคอม E-commerce Success Case Study สนพ. Tarad.com ราคา 299 บาท -"Marketing Click" กลเม็ดเคล็ด%E
This entry was posted in ไม่มีหมวดหมู่. Bookmark the permalink.

2 ตอบกลับที่ การตลาดเชิงประสบการณ์ผ่าน Facebook Page – ตอนที่ 7 การกำหนด Brand Positioning : 2

  1. กิจกรรมการตลาดที่น่าสนใจ ตอนนี้ไม่ใช่ขายของ แต่ให้ลูกค้าสนุกและรู้สึกดีกับแบรนด์เพราะ Facebook ไม่ใช่เวบ บางแบรนด์ feed twitter, facebook แค่ข่าว ไม่มีการ response ใดๆ ก็ไร้ประโยชน์ การสร้างปฏิสัมพันธ์ของแบรนด์กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าผูกพันธ์กับแบรนด์มากกว่าบริษัท

  2. Chalerm says:

    ได้ความรู้ กระจ่างดีขึ้นเยอะเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีแบบนี้ ขอติดตามศึกษาด้วยคนครับท่าน ดร.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s