วิเคราะห์ การเข้ามาของ Alibaba ใน ไทย


 

 

มาถึงอย่างเป็นทางการ ที่ ไทยกับอะลีบาบา ได้มีการเซ็นต์ MOU ความร่วมมือของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งผมจะขอวิเคราะห์จากแผนความร่วมมือเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

  1. โครงการลงทุนสร้างศูนย์ Smart Digital Hub ใน พื้นที่ EEC โดยศูนย์ฯ นี้จะอาศัยเทคโนโลยีระดับโลกของอาลีบาบาในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) และไปยังที่อื่นทั่วโลก ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานกับกรมศุลกากรในการยกระดับพิธีการทางศุลกากรให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย ซึ่งการตั้งศูนย์ Smart Digital Hub นี้จะช่วยผลักดันให้เหล่าธุรกิจ Startup และ SME ไทยสามารถพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้าถึงตลาดทั่วโลกได้ รวมถึงจะเป็นศูนย์กลางการในการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงาน EEC จะเชื่อมประสาน Smart Digital Hub กับ เขตนวัตกรรมดิจิทัล หรือดิจิทัลพาร์ค (EECd) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ด้วย

วิเคราะห์ ข้อแรกนี้ ผมมองเป็นผลเสียต่อการทำ e-commerce ในประเทศมากกว่าเกิดผลดี เหตุเพราะการเปิดให้จีนเข้ามาตั้งศูนย์ Smart Digital Hub ในไทย แน่นอนว่าเท่ากับเปิดให้สินค้าและบริการสามารถผ่านเข้าออกประเทศได้โดยง่าย นั้นหมายความว่า สินค้าจากจีนจะทะลักเข้ามาขายในไทยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสินค้าจีนมีต้นทุนที่ต่ำกว่าไทยมาก ทำให้ราคาถูก อีกทั้งความกว้างของสินค้า มีตั้งแต่สินค้าราคาไม่กี่บาท จนไปถึงสินค้าที่เน้นเทคโนโลยี สามารถเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น หากเรามองมุมกลับ สินค้าที่จะออกจากไทยไปยังจีนนั้น แม้จะทำได้ง่ายเช่นกัน แต่น่าจะสินค้าไม่กี่ตัวที่คนจีนสนใจ และต้นทุนสามารถแข่งขันกับจีนได้ 

Marketplace ของไทย เช่น Tarad.com, Weloveshoppping หรือ Lnwshop.com จะลดความสำคัญลง เพราะ alibaba.com จะเข้ามาแทน เนื่องจากความกว้างทางการตลาด ที่ขายสินค้าได้ทั่วโลก ทำให้บรรดาผู้ค้ารายย่อยในไทย น่าจะหันไปลงทุนใน Alibaba.com หรือ web site ในเครืออย่าง Lazada.com มากยิ่งขึ้น ตรงนี้มีส่วนดีคือ ทำให้ตลาดของเราเปิดกว้าง แต่อย่่างที่บอกข้างต้นคือ มีสินค้าไม่กี่ชนิดที่จะสู้กับจีนได้ 

อีกอย่าง การที่ Alibaba จับมือกับเครือซีพีในดีลของ “เพย์เม้นต์ออนไลน์” ผ่านบริษัทในเครือคือ Ant Financial Service Group ผู้ให้บริการ Alipay ซึ่งเป็นบริการชำระเงินออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน ลงนามสัญญาความร่วมมือ และถือหุ้น 20% ในบริษัท Ascend Money ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)โดยมีเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นผู้นำในบริการชำระเงินออนไลน์ ที่กุมส่วนแบ่งตลาด 50% ของผู้ใช้ในไทยให้ได้ 

ที่ Alibaba ตั้งเป้าหมายอย่างนั้น หากมองภาวะการชำระเงินออนไลน์ของไทยมีลักษณะเบี้ยหัวแตกมากๆ มีตั้งแต่ระบบของธนาคารแทบทุกธนาคาร มีระบบของเอกชนอีกหลายๆ Platform มากมาย แต่ไม่มีใครทำให้เกิดการใช้งานจำนวนมากๆ ได้ เหตุผลคือ พวกเขาไม่มี Platform สำหรับการค้า e-commerce ที่ใหญ่พอ แต่เมื่อ Alibaba ก้าวเข้ามา เขามี Lazada มีเว็บของจีนอีกหลายตัวอย่าง Aliexpress หรือ Tmall เขามี platform ecommerce ที่ใหญ่พอที่จะกำหนดให้ชำระเงินผ่าน Alipay (นอกจากนี้ร้านอย่าง 7-11 ได้รับชำระผ่าน Alipay เรียบร้อยแล้ว) เชื่อว่าในอนาคตอีกไม่นาน Platform การชำระเงินออนไลน์ของไทย จะเหลือเพียง Alipay เท่านั้นในที่สุด

2. โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิทัลและการส่งเสริมธุรกิจผ่าน E-Commerce ซึ่งอาลีบาบาจะร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนากลุ่มคนเก่งหรือดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) โดยอาลีบาบาได้เสนอให้วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา หรือ Alibaba Business School (ABS) มาร่วมสนับสนุนการใช้ Platform E-Commerce โดยจะเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ทั้งนี้ ภายใต้โครงการนี้ อาลีบาบาจะเปิดโอกาส ให้นักศึกษา นักวิจัย อาจารย์รวมถึงผู้ประกอบการไทยไปร่วมเข้าโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งสร้างเครือข่าย (Networking) กับดาวเด่นหรือ Talents ทั่วโลกที่ประเทศจีนอีกด้วย

วิเคราะห์ ข้อสองนี้ ผมยังมองเป็นผลเสียอีกเช่นกัน กล่าวคือ Platform E-commerce ที่จะพัฒนา ก็น่าจะเป็นการนำเอา Platform จากประเทศจีนนั้นแหละครับ มาพัฒนาต่อ อาจจะเปิดเป็น Section ของ ประเทศไทยโดยตรง แต่นั้น คือ เราอ้างอิงปัจจัยพื้นฐานจากต่างประเทศนะครับ ซึ่งแน่นอนเขามองว่า ตลาดในไทยเอง e-commerce ยังไม่โตเท่าที่ควร ถ้าเขาทำให้เกิดการตื่นตัวมากๆ ขึ้นมาได้ รายได้ของ Alibaba ก็จะเพิ่มสูงขึ้น การเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาหรือภาคเอกชน ทำให้ alibaba สามารถเข้าถึงคนที่จะเข้ามาทำการค้าผ่านออนไลน์ได้ในระดับพื้นฐาน และแน่ละ เขาต้องนำคนเหล่านั้นเข้า Platform ของ Alibaba แน่ๆ

3. อาลีบาบา จะร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) ในการจัดทำ Thailand Tourism Platform สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะเพื่อจัดกิจกรรมด้านการตลาดร่วมกันบนออนไลน์แพลทฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงกับสื่อและช่องทางต่างๆ ของ ททท. รวมทั้งจะร่วมมือกันในด้านการใช้ข้อมูลทางการท่องเที่ยว (Tourism Big Data) เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนร่วมมือกันส่งเสริมการท่องเที่ยวในไทยให้รองรับกับยุทธศาสตร์และแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวในระดับชุมชนของรัฐบาล

วิเคราะห์ ข้อนี้ ผมมองเป็นข้อดีของ MOU นี้นะครับ เพราะทำให้การท่องเที่ยวไทยสามารถมีตัวที่จะเจาะเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับปัจเจก ยิ่งคนจีนชอบไทยมากๆ ยิ่งจะทำให้จะแห่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยกันเยอะ การนำเสนอทัวร์ต่างๆ ของไทย ไปยังลูกค้าโดยตรงก็จะทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้าชาวจีนอย่างที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ต้องดูว่า Alibaba เปิดโอกาสให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยนั้นเข้าใช้สื่อออนไลน์ของตนมากน้อยแค่ไหน 

4. กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับอาลีบาบาในการเปิดตัว Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall.com เพื่อสนับสนุนการขายข้าวไทยทางออนไลน์ในจีน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกษตรกร ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวสามารถเข้าถึงตลาด E-commerce ในจีนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดรับกับเทรนด์ในปัจจุบันที่สินค้าไทยกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตรและอาหารของไทย #TAT360

วิเคราะห์ ข้าวไทยน่าจะมีลูกค้ากลุ่มใหญ่จากจีนมากยิ่งขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับการให้ความรู้ในระดับรากหญ้าด้วยว่าจะสามารถทำให้คนธรรมดาสามารถเป็นเถ้าแก่ออนไลน์ขายข้าวไปในจีนได้มากน้อยแค่ไหน กลัวจะเป็นกลุ่มการค้าใหญ่ๆ ที่จะใช้โอกาสตรงนี้มากกว่า เพราะเข้าใจใน e-commerce นั่นเอง อีกอย่าง การจัดส่งจากไทยไปยังจีน หากทำผ่านไปรณีย์ไทย ยังไงก็ยังไม่สะดวก ต้องทำผ่านระบบของ alibaba ในการจัดส่งสินค้า ตรงนี้น่าจะพิจารณาว่า alibaba จะเข้ามาทำหน้าทมี่ในการจัดส่งสินค้าจากไทยไปจีนด้วยหรือไม่ เพราะการเปิดดังกล่าว การขนส่งจากจีนมาไทยนี้สะดวกแน่ๆ เข้ามาเยอะแน่ๆ แต่ขากลับกัน หากยังส่งผ่านไปรษรียืไทย หรือแม้แต่บริษัทขนส่งเอกชน ก็ยังไม่สะดวกนัก 

 

 

 

 

2 คิดบน “วิเคราะห์ การเข้ามาของ Alibaba ใน ไทย

  1. Pingback: สรุปหนังสือ Free แนวทางการทำธุรกิจในศตวรรษที่ 21 - สำนักพิมพ์บิงโก

  2. Pingback: สรุปหนังสือ Free เปิดเผยจิกซอว์ชิ้นสำคัญของทุกธุรกิจในศตวรรษที่ 21 - สำนักพิมพ์บิงโก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s