โดย ผศ.ดร. ภิเษก ชัยนิรันดร์ อาจารย์ด้านการตลาดดิจิทัล คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

เมื่อตอนที่คุณภัทร – ภัทรียา สิงห์จันทร์ สร้างเพจขึ้นมา เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 เธอได้ตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรกแล้วว่า ต้องการจะให้เพจของเธอรวมเรื่องราวเกี่ยวกับโภชนาการและการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก โดยสร้างตำแหน่งของเพจ (Positioning) ไปที่ว่าเป็นเพจที่เน้นความรู้ แต่ใช้การเล่าเรื่องเหมือนเพื่อนมาเล่าให้ฟัง ทั้งนี้เริ่มต้นตั้งแต่การตั้งชื่อเพจ ที่เธอเลือก “แหมทำเป็นฟิต” เพราะเห็นว่าหากใช้ชื่อของตนเอง ก็คงไม่มีคนรู้จัก ดังนั้นเพื่อให้เพจออกแนวตลกๆ ดูสบายๆ “เหมือนเราชอบแซวเพื่อน เวลาที่ไปออกกำลังกายว่า แหมทำเป็นฟิตนะ” และนั้นคือที่มา

          “จริงๆ ตอนที่เรียนอยู่ปริญญาตรี ที่จุฬา จากการที่หุ่นอ้วนมากมาตั้งแต่เด็ก พอขึ้นมาปี 2 ก็ใช้วิธีการออกกำลังกายและควบคุมการกิน ก็สามารถลดน้ำหนักได้ เลยมีหลายคนมาถามว่า ออกกำลังกายยังไง กินยังไง เราเองก็เป็นคนชอบให้คำปรึกษา ก็เลยคิดว่าถ้าบอกไปทีละคน ก็คงจะเหนื่อย เลยคิดว่าเอามาเขียนบอกเล่ากันในเพจเลยจะดีกว่า”

          ไม่เหมือนกับอีกหลายๆ คน ที่ทำเพจขึ้นมาโดยไม่มีเป้าหมายอะไร แต่สำหรับคุณภัทร เธอคิดจะสร้างรายได้จากเพจที่ทำตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว เมื่อเธอสร้างเพจ ตอนแรกยังไม่มีคนรู้จัก โจทย์ตอนนี้คือ ทำอย่างไรให้คนมารู้จักเพจ (Awareness) คุณภัทร ใช้สโลแกนที่ว่า “ของดีจะดัง ต้องอยู่ถูกที่” เธอจึงเขียนบทความ “ภาระกิจ 2 เดือน สะเทือนถึงไขมัน ลดไป 5 กิโล” ลงในเว็บไซต์พันทิพ ในห้องสวนลุมพินี ปรากฏว่ามีคนกดโหวต และถูกใจเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคนกดแชร์เนื้อหาไปยังเฟสบุ๊คอีกประมาณ 26,000 แชร์ ทำให้จำนวน followers ในเฟส “แหมทำเป็นฟิต” เพิ่มเป็นประมาณ 3,000 followers  (https://pantip.com/topic/36917872)

          จะตีเหล็กต้องตีตอนร้อน เมื่อจำนวน followers เพิ่มเป็น 3,000 คนก็เริ่มนิ่ง จากนั้นทางเพจได้ลงเนื้อหาในลักษณะของ อินโฟกราฟฟิก แนะนำอาหารและท่าในกายบริหาร ทำให้จำนวน followers เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนไปตันที่ 60,000

          เมื่อจำนวน followers เริ่มตัน คุณภัทร เริ่มมองหาเนื้อหาในรูปแบบใหม่ นั้นคือการทำวิดีโอออกกำลังกาย โดยอาศัยการเรียนรู้จากเพจดังๆ จากนั้นก็ทดลองลงในเพจ ปรับวิดีโอให้ถูกใจผู้เข้าชม ปรากฏว่า มีวิดีโอหนึ่งมีคนกดแชร์กว่า 20,000 แชร์ ทำให้จำนวน followers จาก 60,000 ทะลุขึ้นไปที่แสน

          “เราทดลองวิดีโอในหลายๆ รูปแบบ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราใช้ Location เดิมในการถ่าย ผู้ชมจะรู้สึกว่ามันคือวิดีโอเก่า คนแชร์ก็จะน้อย แต่ถ้าเราถ่ายใน Location ใหม่ คนก็จะกดแชร์กันมากขึ้น ดังนั้นบางครั้งเราก็ลงวิดีโอที่ถ่ายไปก่อน และเมื่อผู้ชมเข้าวิจารณ์ เราก็ปรับแก้ตามนั้น”   

          อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ แหมทำเป็นฟิต มีจำนวน followers เพิ่มขึ้น ก็คือ การลงบทความในกลุ่มเฟสบุ๊ค (Facebook Group) ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายและลดน้ำหนัก ซึ่งคนที่เป็นสมาชิกบางกลุ่มมีเกินแสนคน และนั้นคือกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสจะเข้ามาที่แหมทำเป็นฟิต

          คุณภัทร เล่าให้ฟังว่า “กลุ่มเฟสบุ๊คมันมีคนอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก การที่แชร์บทความลงไป ไม่เสียอะไรมากเลย ไม่เหนื่อยด้วย เพราะเป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาอยู่แล้ว ซึ่งทางเราไม่ต้องมาตั้งกลุ่มเอง ซึ่งตรงนั้นมันจะเหนื่อยเกินไป”

          เมื่อจำนวนสมาชิกในเพจเพิ่มมากขึ้น คุณภัทร ก็เริ่มมองที่จะขยายไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ เท่าที่ทางผู้เขียนได้ตรวจสอบ เธอใช้โซเชียลมีเดีย ใน 6 ช่องทาง สำคัญๆ นั้นคือ

  1. เฟสบุ๊คเพจ – จำนวนคนติดตามเพจ คือ 185,752 คน (นับถึงวันที่ 31 กรกฏาคม 2564) ซึ่งเธอได้วิเคราะห์ช่องทางนี้ให้เราฟังว่า “คนเข้ามาเป็นสมชิกจำนวนมาก แต่เมื่อเทียบกับยูทูป จะค่อนข้างห่างเหินมากกว่า คนดูอาจจะไม่อินกับเรามากนัก ผู้ชมจะชื่นชอบในเนื้อหา แต่อาจจะไม่รู้จักเราอย่างลึกซึ้ง” มันเหมือนกับว่า เฟสบุ๊คเพจ เสมือนเป็นสำนักงานใหญ่ของแหมทำเป็นฟิตที่ค่อนข้างเป็นทางการ (https://www.facebook.com/doitfitforyou)
  2. ยูทูป – จำนวนคนติดตามประมาณ 100,000 คน ไล่ตามเฟสบุ๊คมาติดๆ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นแนวทางในการออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละตอนมีความยาวมากกว่า 10 นาทีขึ้นไป คุณภัทร เธอเล่าว่า “ถือเป็นช่องทางที่คนดูจะรู้สึกสนิทกับเรามาก เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ชมพร้อมสนับสนุน เข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) หรือหากมีใครมาวิจารณ์ช่อง ก็มีคนมา defense แทนเรา”
  3. อินสทราแกรม – จำนวนคนติดตาม 119,000 คน เท่าที่ดูเนื้อหา จะเป็นการลงรูปของคุณภัทร ที่เน้นรูปร่างที่สวยงาม และเคล็ดลับในการออกกำลังกายและการกินอาหารสั้นๆ แต่เนื้อหาข้างนั้นยังอัดแน่นด้วยความรู้ คุณภัทร วิเคราะห์ว่า “ช่องทางนี้รูปต้องสวย ไม่ว่าจะเป็นรูปอาหาร รูปของเรา หรือรูปอะไรก็แล้วแต่ ต้องสวย position ในช่องทางนี้คือ เข้าถึงง่าย แต่ต้องมี class”  
  4. ติ๊กต๊อก – จำนวนคนติดตาม 102,000 คน       ส่วนใหญ่เนื้อหาจะเป็นเคล็ดลับสั้นๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการกินอาหาร ประกอบกับการเต้นของคุณภัทรเอง เสมือนเป็นโซเชียลมีเดียที่เสริมความรู้ด้านนี้เข้าไป ให้จำกันง่ายๆ ยิ่งขึ้น
  5. ทวิตเตอร์ – จำนวนคนติดตาม 17,000 คน ส่วนนี้คุณภัทรไม่ได้ใช้เพื่อทำการตลาด แหมทำเป็นฟิตมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นรีทวิตเนื้อหาที่น่าสนใจทั่วๆ ไป
  6. เว็บไซต์ – เป็นเสมือนหน้าร้านของ แหมทำเป็นฟิต ในการขายคอร์สเกี่ยวกับฟิตเนส อีบุ๊ค และเครื่องมือในการออกกำลังกาย  

สรุปเนื้อหาจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นบทความหรือวิดีโอ จะค่อนข้างมีเนื้อหาที่ยาวมาก บทความบางบทความมีจำนวนหน้ากว่า 20 หน้า หรืออย่างวิดีโอก็มีความยาวมากกว่า 10 นาที ซึ่งทำให้หลายๆคนแนะนำคุณภัทรว่า เนื้อหาที่ทำน่าจะเป็นตอนสั้นๆ แต่เอาจริงๆ ปรากฏว่าเนื้อหายาวๆ กลับเป็นที่นิยมมาก แสดงว่าแม้จะมีคนชอบเนื้อหาสั้นๆ แต่สำหรับเนื้อหาที่ให้ความรู้แบบยาวๆ ก็มีคนติดตามอยู่

นอกจากนี้ คุณภัทรเอง แม้ว่าจะจบมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่ด้วยความขวนขวายในการแสวงหาความรู้ จึงได้เข้าอบรมด้าน การออกกำลังกายและโภชนาการในหลายๆ หลักสูตร เพื่อเป็นเครื่องยืนยันให้เกิดความน่าเชื่อถือว่าเป็นผู้รู้จริงในเนื้อหาที่ตนเองถ่ายทอด

ทั้งนี้รายได้ของคุณภัทร ปัจจุบันมีอยู่ 3 ทางคือ

  • การจัดเทรนนิ่งด้านฟิตเนสออนไลน์ ขายอีบุ๊คและเครื่องมือในการออกกกำลังกาย 
  • แบรนด์ต่างๆ ติดต่อมาให้รีวิวสินค้า เป็นอินฟลูเอนเซอร์ทางด้านฟิตเนส
  • รายได้จากยูทูป ที่ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ

ความสำเร็จของคุณภัทร ภัทรียา สิงห์จันทร์ นอกจากจำนวนคนติดตามในแต่ละช่องทางเกินแสนคนขึ้นไปแล้ว ทาง Tellscore ผู้ให้บริการตลาดผ่านทางอินฟลูเอนเซอร์ได้จัดให้คุณภัทรได้รับรางวัล Best Health & Fitness Influencer ประจำปี 2019 อีกด้วย