ผมสังเกตุพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของตนเอง เวลาที่จะซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มอย่าง Lazada หรือ Shopee ผมจะเน้นสินค้าที่มีราคาถูกที่สุด โดยการใช้เครื่องมือค้นหาในแพลตฟอร์ม จากนั้นจึงค่อยดูว่าร้านค้าเหล่านั้นมีลูกค้ามีรีวิวได้คะแนนมากน้อยแค่ไหน เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจ

ราคาถูก…ยังเป็นตัวตัดสินใจสำคัญ แต่ก็ต้องมีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ว่าจะซื้อของถูกอย่างเดียวตะพรึดตะพรือ

แต่ในทางกลับกัน ยามที่ซื้อหนังสือจากร้าน se-ed.com ผมไม่เคยดูราคาร้านหนังสือที่อื่น ก็ตัดสินใจซื้อหนังสือจากร้านนี้ได้เลย หรืออย่างผมนั่งดูการไลฟ์สดขายของ ของเจ๊จง เจ้าแม่หมูทอด ซึ่งตอนนี้แกเริ่มมาขายของแบบไลฟ์สดทุกวันในช่วงห้าโมงเย็น ไม่ว่าเจ๊จะเสนอกุนเชียงปลา น้ำพริกแจ่วบอง น้ำพริกกากหมู หมูทุบ หรือแม้แต่หมูกระจก ผมกลับสั่งซื้อไปโดยไม่ต้องมานั่งเปรียบเทียบราคากับแม่ค้ารายอื่นๆ เลย

ราคากลับไม่ใช่เครื่องมือในการตัดสินใจ แต่กลับเป็นความน่าเชื่อมาก่อน เมื่อเราเกิดความเชื่อถือแม่ค้า เราตัดสินใจซื้อของนั้นได้เลย โดยไม่ต้องดูราคา

คำถามก็เกิดขึ้นว่า ทำไมตอนที่เราซื้อของจาก Lazada หรือ Shopee เราถึงพยายามค้นหาจากราคาที่ถูกที่สุดก่อน แล้วตัดสินใจซื้อ แต่พอมาซื้อของจากร้าน se-ed.com หรือนั่งดูไลฟ์เจ๊จง กลับตัดสินใจจากความน่าเชื่อถือก่อนละ

ย้อนกลับมาที่แพลตฟอร์ม Lazada หรือ shopee…

ทุกร้านที่นำเสนอขายสินค้า ใหม่สำหรับผมหมด คือ ปกติผมไม่ค่อยซื้อของจาก shopee มากนัก ไม่มีร้านประจำ ไม่ได้รู้จักเจ้าของร้านคนไหนเลย ดังนั้นเมื่อไม่มีข้อมูลส่วนนี้เปรียบเทียบ ผมก็เริ่มจากการหาจากร้านที่มีสินค้าราคาถูกก่อนเป็นหลัก ซึ่งหาได้ไม่ยาก เพราะเราสามารถใช้เครื่องมือค้นหา แต่บางครั้ง บางร้านเสนอสินค้าในราคาที่ถูกมากจนเกินไป เช่น ร้านขายโทรศัพท์มือถือ แห่งหนึ่ง เสนอราคา Oppo Reno 5 Pro ในราคาเพียง 2,690 บาท ขณะที่ร้านขายมือถืออื่นๆ ขายกันในราคา 10,900 บาท อย่างนี้ ผมก็ไม่กล้าซื้อครับ เพราะด้วยราคาที่มันถูกนี้แหละ ที่ทำให้ไม่กล้า คือ มันถูกจนเกินไป จนหาเหตุผลอะไรมาไม่ได้ว่าทำไมถึงถูกขนาดนี้ นอกจากมันจะเป็นของก๊อปปี้

คือถูกเกินไป ก็กระทบต่อความน่าเชื่อถือนะครับ เราก็ได้กลิ่นของความไม่ชอบมาพากล

วิธีการซื้อสินค้านี้ ต่างจากเวลาที่ผมซื้อหนังสือจากร้าน se-ed.com ซึ่งเป็นร้านที่ซื้อหนังสือมานาน อีกทั้งตัวร้านก็มีชื่อเสียง มีสาขาที่เปิดทั่วประเทศ เป็น Brand ร้านหนังสืออันดับต้นๆ ที่ตีคู่กันมากับร้านนายอินทร์ อีกทั้งผมสะดวกในการค้นหาสินค้า และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลที่อยู่ของเราไปอีก เพราะอยู่ในฐานข้อมูลลูกค้าของทาง se-ed.com อยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกสบายใจในการเลือกซื้อสินค้า โดยผมเองก็ไม่ได้คำนึงถึงว่าหนังสือที่ผมจะซื้อนั้นจะต้องมีราคาที่ถูกที่สุด เหมือนสินค้าอื่นๆ เพราะว่าความสะดวกสบายในการกรอกข้อมูลและชื่อเสียงของ Brand se-ed.com นั้นทดแทนราคาที่อาจจะแพงกว่าร้านอื่นๆ ได้ เรียกว่า เมื่อมีความเชื่อใจ เรื่องอื่นๆ มาทีหลัง

หรืออย่างกรณีที่ผมชมดูไลฟ์ขายของเจ๊จง แม้จะเป็นครั้งแรกๆ ของการขายของผ่านสื่อเฟสบุ๊ค และลีลาของแกยังดู งกๆ เงิ่นๆ จำรหัสสินค้าได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ราคาก็อาจจะยังจำผิดๆ พลาดๆ ต้องมีลูกหลานค่อยช่วยเหลือในการขาย หรือแม้กระทั่งการพูดขายสินค้า ก็ไม่ได้คล่องแบบนักขายมืออาชีพ แต่มันทำให้ผมเชื่อสนิทใจว่า สินค้าที่เจ๊เอามาขายนี้ มีคุณภาพ และน่าลองรับประทาน

ทำไมผมชื่อถือเจ๊จงขนาดนั้น???

ความจริง ผมรู้จักเจ๊จงนานมากแล้ว เคยไปทานข้าวที่ร้านสาขาพระรามสี่มา 4 หน เจ๊ออกรายการต่างๆ พูดเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้ชีวิต รวมถึงตัวผมเองก็เคยเชิญเจ๊จงมาพูดที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ที่ทำงานของผมถึง 2 ครั้ง ก็เรียกว่ารู้จักคุ้นเคยกับเจ๊มาพอสมควร แต่คงไม่กล้าบอกว่าสนิทนะครับ จากการสัมผัสกับเจ๊มา ก็รู้ว่าเจ๊เป็นคนใจกว้าง มีน้ำใจในการถ่ายทอดเรื่องราว ยามที่เกิดภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือโควิด เจ๊ก็มีน้ำใจในการเข้าร่วมบริจาค หรือทำอาหารไปส่งให้ผู้เดือดร้อนได้ทาน

แต่นั้นเป็นเพียงภูมิหลังนะครับ ที่ทำให้ผมเชื่อถือเจ๊จง แต่เอาเข้าจริงๆ ผมหลงใหลการ Live ขายของเจ๊จง ใช่ครับ มันมีผิด มีพลาด ไม่ไหลลื่น แต่มันเป็นการขายแบบบ้านๆ ดูจริง ไม่เสแสร้ง ไม่ได้มานั่งปั่นเรื่องหลอกลวงกันว่าสินค้านี้ดีมากๆ นะ อันนั้นสุดยอดนะ อันนี้เหนือกว่าใครเขานะ มันเป็นคำพูดธรรมดาๆ ที่พูดแล้วผมเชื่อเจ๊ และรับชมด้วยความเพลิดเพลิน จนเงินออกจากกระเป๋าของผมไปจำนวนไม่น้อย จนผมต้องรีบปิด เพื่อไม่ให้เงินไหลออกไวขนาดนี้

หรือถ้าจะเอาแบบระดับประเทศ บังฮาซัน พ่อค้าขายสินค้าจากทะเลสตูล ที่นำลูกเล่นจากการขานรับลูกกันเป็นทอดๆ ตอนจับปลา มาใช้เป็นลูกคู่ตอนไลฟ์ขายสินค้า รวมถึงคำพูดแบบภาษาใต้ๆ และคำพูดติดปากอย่าง “แม่ฉันต้องได้กินกุ้ง” “พ่อฉันต้องได้กินกุ้ง” นอกจากนี้ยังขายของไป พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อวัตถุดิบจากทะเลอีกด้วย

สิ่งที่ไม่ต่างจากเจ๊จง คือ บังฮาซัน เสมือนเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างร้านค้าสินค้าแถวๆ บ้านกับลูกค้าที่กระจายไปทั่วประเทศ ทำให้คนแถวๆ นั้นลืมตาอ้าปากขึ้นมา ตลอดจนบังยังรับเด็กๆ แถวๆ นั้นมาร่วมทำงานในแผนกรับออร์เดอร์ แผนกบรรจุสินค้า ร่วมถึงการเป็นลูกคู่กับบังอีกด้วย เหมือนเป็นการสร้างอาชีพให้คนในชุมชนหรือในหมู่บ้านอีกด้วย

ด้วยคำพูดแบบติดภาษาใต้ และการให้ความรู้ ประกอบกับลีลาการขายที่น่าติดตาม ผมก็รับรู้ถึงความจริงใจในการขายสินค้า รู้ว่าสินค้าที่บังฮาซันขายนั้น มีคุณภาพตรงกับที่บังได้บอกจริงๆ มันเป็นการขายที่ยังเป็นการขายแบบบ้านๆ แต่ทำให้เราติดตามกันได้ทั้งประเทศ

อ้อ…อีกอันหนึ่งที่ถือเป็นเสน่ห์ของเจ๊จงและบังฮาซัน คือ คนที่เก่ง ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้ดูดี ดูสวยอะไร เจ๊มีอะไร บังฮาซันมีอะไรก็ขายตามนั้น การแต่งตัวใครดูก็รู้ว่าเป็นแม่ค้า เป็นพ่อค้า ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าอะไร ยิ่งทำให้เราเชื่อใจ มั่นใจว่า คนขายสินค้านั้นพูดจริง

ตอนนี้ที่เฟซบุ๊คผม มีโฆษณาประเภท คอร์สออนไลน์ ที่สอนทั้ง ตัดต่อวีดีโอ แต่งภาพ เขียนคอนเทนต์ สร้างเพจ และการยิงแอด โดยราคาค่าอบรมแสนถูก คือเพียงไม่ถึง 100 บาทเท่านั้น จากราคาเดิมเกือบหมื่น และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก็มีรายการประเภท อายุไม่มาก 10 เท่าของ 10 ล้าน มาสัมภาษณ์ถึงความสำเร็จ โดยวิทยากรแต่งตัวหรูๆ สวยๆ หรือบางครั้งถ่ายรูปกับรถยี่ห้อดังๆ คือดูก็รู้ว่าพยายามสร้างภาพพจน์ว่า มาเรียนกับเราแล้ว รวยแน่ๆ

แต่ด้วยความกลวง คือกลวงที่ว่า คืออย่างนี้ครับ ผมก็อยู่ในวงการนี้มานานครับ คนที่เป็นวิทยากรที่ทำให้คนประสบความสำเร็จขนาดนี้ ถ้าจริงนะครับ ผมก็คงจะรู้จักมาบ้าง แต่นี้ดูจากการพูด การวางท่าทาง และการพยายามพรีเซนต์ที่เน้นความรวย มันไม่ใช่เลยครับ มันคล้ายๆ กับคนที่พยายามให้คนมาเป็น Downline สินค้าประเภทขายตรงเลยครับ คราวนี้ผมก็พยายามคลิกลิงค์เข้าไป ปรากฏว่ามันไปเชื่อมกับ web site ขายตรงเว็บไซต์หนึ่ง ซึ่งขายตั้งแต่คลอราเจน กลูตา กาแฟ วิตามิน หรือเวย์โปรตีน ที่เน้นการรับสมัครคนขายตรงนั้นแหละครับ

สรุปอีกที…คอร์สที่ว่านี้ เป็นวิธีการหนึ่งที่จะหาคนมาฟัง เพื่อกล่อมให้เข้ามาเป็นนักขายตรงนั่นแหละครับ โดยใช้ความรวยเป็นตัวล่อให้เข้ามา อีกทั้งราคาคอร์สที่ถูกมากๆ

นักขายของเว็บนี้นะครับ…ดูๆแล้ว ขายเก่งนะครับ พูดเก่ง ดูดี วางท่าทางดูมีความรู้ แถมมีรถยนต์ราคาแพงเป็นแบคกราวด์ให้ดูหรูไปอีก แต่ทั้งหมดมันดูกลวงๆ นะครับ มันทำให้ผมมานั่งคิดว่า คนขายของที่ทำให้คนดูติดใจจะซื้อนั้น ไม่จำเป็นต้องทำให้ดูดีขนาดนี้ การขายแบบบ้านๆ นี้แหละทรงพลังกว่า มันดูสัมผัสได้ มีผิดๆ พลาดๆ ได้ ไม่ใช่ต้องมีสคิปต์ วางท่าทางการพูดแบบดูเหมือนมืออาชีพ แล้วล่อหลอกด้วยความรวยนะครับ

อย่างผม ไม่มีทางที่จะเป็นลูกค้าเขาหรอกครับ